
ช่วงสายของวันที่ 30 ส.ค.2545 เหตุระทึกขวัญที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อจู่ ๆ ได้มีคนร้าย 4 คน ร่างกายกำยำ แต่ละคนสูงไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร แต่งกายรัดกุมชุดดำ อาวุธครบมือ สวมหน้ากากยางรูปปิศาจ อำพรางใบหน้าเอาไว้ บุกเข้าไปปล้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาพัทยาใต้
ขณะนั้น ด.ต.ทรงกิตติ มณีโชติ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการ สภ.เมืองพัทยา เดินเข้ามาใช้บริการธนาคาร เพื่อจะชำระเงินกู้ที่ต้องจ่ายทุกสิ้นเดือนเห็นเหตุการณ์ ทำให้ 1 ใน 4 คนร้ายแสดงความโหดเหี้ยมใช้ปืนยิง ทำให้เกิดการต่อสู้ ด.ต.ทรงกิตติ พลาดท่าถูกยิงเสียชีวิต คนร้ายจึงเดินเข้าไปหยิบอาวุธปืนพก.38 ของเหยื่อมายิงข่มขวัญอีก 2 นัดซ้อน จากนั้นต้อนให้ทุกคนมารวมตัวอยู่ห้องด้านใน พร้อมยังใช้ปืนตบพนักงานหนุ่มบังคับให้นำกุญแจนิรภัยไปเปิดตู้เซฟ คว้าเงินสด 2.4 ล้านบาทยัดใส่กระเป๋าแล้วพากันวิ่งไปขึ้นรถปิกอัพอีซูซุ 4 ประตูสีบรอนซ์เงินขับหลบหนีไป ใช้เวลาลงมือแค่ 10 นาที
ภายหลังเกิดเหตุ นายจเด็จ อินสว่าง ผวจ.ชลบุรี (ตำแหน่งขณะนั้น) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปกรณ์ สรรพกิจ ผบช.ภ.2 สั่งระดมกำลังตำรวจเกือบทั้งจังหวัดกระจายกำลังไล่ล่า จนพบเบาะแสว่าคนร้ายนำรถไปจอดซุกซ่อนอยู่ในป่าละเมาะ ภายในซอยวัดบุญกาญจนาราม ต.หนองปรือ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 กม. โดยมีชาวบ้านเห็นคนร้ายพากันขึ้นรถเก๋ง หลบหนีอีกทอด คราวนี้จึงต้องเสริมกำลังทั้งทางภาคอากาศ นำเฮลิคอปเตอร์บินขึ้น พร้อมประสานกองเรือภาค 1 กองเรือยุทธการสนธิกำลังนำเรือตรวจการณ์ (ต.)215 ออกลาดตระเวนน่านน้ำทะเล อ.สัตหีบ และใกล้เคียง นอกจากนี้ยังตรวจเข้มที่สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ป้องกันคนร้ายหลบหนี
การพลิกแผ่นดินไล่ล่า ทั้งภาคพื้นดิน อากาศและทะเล เริ่มเป็นผล เมื่อพบรถเก๋งที่คนร้ายขับไปจอดบริเวณเต็นท์รถเช่า พบหลักฐานสำคัญ อุปกรณ์ที่ใช้ลงมือก่อเหตุหลงเหลือมากมาย ที่สำคัญยังพบร่องรอยคราบเลือด ตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าของเต็นท์ทราบว่า นายเชอเรมนิกค์ ฟิลิกซ์ อายุ 31 ปี ชาวรัสเซีย อดีตทหารในกองทัพรัสเซีย ประวัติเดินทางเข้า-ออกเมืองไทยเป็นประจำมาติดต่อเช่า ล่าสุดยังนำเงินสดกว่า 5 แสนบาทมาซื้อเรือเร็วชื่อ "โฟล์วีล" ขนาด 19 ฟุตครึ่ง เครื่องยนต์ 125 แรงม้า ขับเรือออกจากแหลมบาลีฮาย จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุปล้นธนาคารไม่นานเท่าไรนัก
คดีนี้โชคไม่เข้าข้างคนร้าย หลังจากวางแผนปล้นแล้วซื้อเรือเร็วหวังขับข้ามอ่าวไทยมุ่งหน้าไปทางภาคใต้ คาดว่าปลายทางอาจจะเป็นเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แต่เตรียมน้ำมันมาไม่พอจึงหมดกลางทะเล ลอยเคว้งอยู่หลังเกาะไผ่ ปากน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจน้ำรับแจ้งเหตุจึงไปตรวจสอบช่วงเช้าวันที่ 31 ส.ค. ภายในเรือไม่มีใครอยู่จึงตระเวนค้นหาตามเรือประมงในอาณาบริเวณใกล้เคียง จึงพบชาวรัสเซีย 3 คนอยู่ในเรือประมงที่กำลังวิ่งเข้าฝั่งปากน้ำปราณบุรี คือ นายเชอเรมนิกค์ ฟิลิกซ์ หัวหน้าแก๊งได้รับบาดเจ็บถูกยิงโคนขาขวา นายมิลิคีฟ มาทัส อายุ 32 ปี และ นายอูลาลอฟ รีนาส อายุ 32 ปี พร้อมของกลางเงินสดที่เหลือจากการปล้น 9.8 แสนบาท แผนที่ประเทศไทย หนังสือเดินทาง ส่วนอาวุธปืนอ้างว่าโยนทิ้งทะเลไปแล้ว โดยตำรวจเชื่อว่า ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คนที่หลบหนีไปได้
ตอนแรกทั้งหมดให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามจากการเค้นสอบสวนอย่างหนัก นายเชอเรมนิกค์ ยอมเปิดปากรับสารภาพ สุดท้ายภายหลังมีการนำตัวทั้งสามส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา พิพากษาลงโทษประหารชีวิตนายเชอเรมนิกค์และนายอูลาลอฟ แต่นายเชอร์เรมนิกค์ รับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายอูลาลอฟ ให้การปฏิเสธตลอดจึงไม่มีการลดโทษ ขณะที่นายมิลิคีฟ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน ถือเป็นการปิดฉากคดีอาชญากรข้ามชาติ แม้จะวางแผนแยบยล แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเงื้อมมือตำรวจไทย
ล่าสุดทางเพจ Thailand Police Story ได้มีการลงรายละเอียดบันทึกเป็นเอกสารโดยระบุว่า เรือนจำกลางคลองเปรมขอเรียนว่า นายเชอเรมนิกค์ ฟิลิกซ์ จะมีการพ้นโทษจากการปล่อยตัวลดวันต้องโทษจำคุกวันที่ 11 พ.ค. 2559
Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว