
29 ธ.ค. เต๋อ นวพล ได้โพสต์ข้อความอำลา GTH ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า..
คืนนี้จะเป็นคืนที่พี่ๆจะเอาป้ายบริษัท GTH ออกจากออฟฟิศแล้ว / ถ้าให้นึกถึงช่วงที่สนุกสนานที่สุด ข้าพเจ้าจึงนึกถึงช่วงปีแรกที่เข้ามาฝึกงาน (ช่วงปี 2006 โดยประมาณ) เป็นช่วงเวลาที่อุดมไปด้วยความรู้ใหม่สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนหนังมาอย่างข้าพเจ้า และอุดมไปด้วยการทำงานต่างๆมากมายที่เด็กฝึกงานคนหนึ่งพึงจะได้ทำ , ขอเล่าคร่าวๆเท่าที่จำได้
- เริ่มแรกจากการติดต่อฝึกงานตัดต่อไว้กับพี่เดียว วิชพัชญ์ แต่วันที่จะเอาพอร์ทฟอลิโอมาให้ดู ปรากฎว่าทีวีห้องตัดต่อเจ๊ง เลยต้องไปใช้ทีวีห้องเขียนบท ซึ่งพี่วรรณฤดี โปรดิวเซอร์นั่งเล่นอยู่ เลยก็นั่งดูไปด้วย , โชคดี พี่วรรณจำงานหนังสั้นเรื่องนึงได้ พี่เขาเคยดูที่งานประกวดแล้วชอบ เคยอยากหาตัวคนทำ แต่หาไม่เจอ (ยังไม่เข้ายุคโซเชียลมีเดีย) ปรากฎว่าวันนี้เจอพอดี ฟลุคมาก เซอร์สัด เลยชวนมาฝึกงานเขียนบทแทน , รู้สึกดีใจมาก เพราะใจอยากเขียนบทมากกว่า แต่ไม่รู้ว่าปกติมันมีฝึกเขียนบทด้วย / แต่เนื่องด้วยติดต่อฝึกงานตัดต่อไว้ เลยตกลงว่าจะไปอยู่ห้องตัดต่อก่อน 3 เดือน แล้วจะมาเขียนบท
- ชีวิตเด็กฝึกงานในห้องตัด คือ ก๊อปปี้เทปสกู๊ปโปรโมตหนังเพื่อส่งรายการโทรทัศน์ เป็นงานน่าเบื่อคล้ายกับการรีดนมวัว ทำอยู่กับเพื่อนฝึกงานอีกคน ชื่อ ทอม (ปัจจุบัน ทอมทำงานฝ่ายตัดต่อของจีทีเอช และเป็นคนตัดเทรลเลอร์ ฟรีแลนซ์ฯ ให้ข้าพเจ้า)
- โชคดีบางวัน จะได้เห็นพี่เก้ง และ คุณวิสูตร เข้าห้องตัดต่อมาถกเถียงกันว่า สปอตโฆษณาหนัง 15 วินาทีตัวไหนดีกว่ากัน (แล้วก็งงว่าพี่ๆเขาเถียงอะไรกัน เพราะตัวเองดูเทียบสองเวอร์ชั่นแล้วมันต่างกันอยู่ 2 ภาพ ไม่รู้มันดีกว่ากันยังไง) โชคดีหน่อยก็ได้ดูการพูดคุยกันว่า เทรลเลอร์ แบบไหนดีกว่ากัน / ช่วงนั้นคือหนังเรื่อง seasons change
- เวลาพี่ย้งเดินผ่านห้องตัดต่อมา จะดีใจมาก เพราะพี่ย้งชอบเอางานแปลกๆมาให้ตัด เช่น หนังสั้นเรื่อง ข.ไข่ , เวลาได้ตัดอะไรพวกนี้จะฟิตสัดๆ เป็นการขจัดความเนือยในห้องตัดเป็นอย่างดี
- แล้วงานใหญ่ก็มาถึง , เมื่อพี่แจนได้มอบหมายภารกิจสำคัญให้ทำ นั่นคือการตัดต่อ vtr ฉลองรายได้ของหนังเรื่องโกยเถอะโยม , เครียดสัด นวพลกับจาตุรงค์อยู่คนละโลกกันมาก , สิ่งที่ต้องทำคือมากรอดูเทปเบื้องหลังทั้งหมด เพื่อหาฟุตเทจฮาๆ (เช่นที่ท่านได้เห็นใน b-roll ของดีวีดีฟรีแลนซ์) เมื่อหาฟุตเทจฮาแล้ว ก็ต้องมาตัดต่อให้ฮาอีก เนื่องจากความฮาของผมนี่มันเฉพาะทางและมักจะฮาอยู่คนเดียว ขนาดตอนตัดนี่ บิวท์ตัวเองให้ตลก มากแล้วนะ , พี่แจนจึงต้องมาช่วยตัดเสริมเพิ่มความฮาเข้าไป
- ช่วงท้ายของการฝึกตัดต่อคือการดูเทปถ่ายเบื้องหลังหนังเรื่อง เก๋า เก๋า และจดบันทึกว่าเทปม้วนนี้มีภาพอะไรบ้าง เวลาเขาหาภาพไปใช้ตัดสกู๊ปจะได้หาง่ายๆ ก็นั่งดูไป 10 กว่าม้วน แต่โชคดีว่ามันตลก เลยเพลิน พี่บอลทำอะไรเห็นหมด
- ได้เข้าไปดูพี่เดียวตัดหนัง ตอนนั้นคือเรื่อง เก๋า เก๋า , แต่ดูไปสักพักจะรู้สึกว่า พี่เขาใช้สมาธิมาก กลัวรบกวน เพราะห้องตัดต่อหนังจะเป็นห้องพิเศษ แยกออกมาจากแผนกตัดต่อ และมันแคบมากๆ / เลยดูแป๊บเดียวก็ออกไปอย่างเงียบๆ , แต่นั่นอาจจะเป็นการได้ใกล้กับการตัดหนังมากที่สุดละ
- ก่อนจาก พี่เดียวส่งไปถ่ายเบื้องหลังหนังเรื่อง แฝด ฉากเผาบ้าน , เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นว่า กองถ่ายจริงแม่งใหญ่สัด , อ้าว ทำไมบ้าน มีแค่หน้าบ้านด้านเดียว อ๋อ เขาเซ็ตหลอกหรอเนี่ย , พบว่าการไฟดวงใหญ่สัด ทำให้กลางคืนกลายเป็นแสงบ่ายสามได้ , พบพี่หญิง นิรมล (ตากล้องหนังเรื่องฟรีแลนซ์) ครั้งแรก พี่เขาเท่จุง แต่ก่อนเห็นแต่ในหนังสือ , เจอน้องที่มีเมคอัพผีค้างอยู่ นั่งเล่นเกมมือถืออยู่ในความมืด น่ากลัวสัด คาดว่าพี่โต้งทำ 5 แพร่ง เพราะเห็นอะไรแบบนี้ทุกวันนี่แหละ / วันนั้นกลับบ้านตี 4
- สุดท้าย คือพี่ตี้ให้ลอง sync เสียง (วางเสียงให้ตรงกับภาพ) หนังเรื่อง แฝด / ความเซอร์คือ ได้ sync ฉากหักมุมของเรื่อง , ไอ่สัด หมดกัน ไม่ต้องดูละหนงหนัง
- จากนั้นย้ายไปฝึกเขียนบท , พี่เก้งพี่วรรณ เรียกมาวันเสาร์เพื่อสอนเขียนบทให้ ด้วยการเปิดหนังเรื่อง hotel rwanda ฉากขับรถทับศพ แล้วกลับห้องมามือสั่น ให้ดู
- พี่วรรณลองให้เขียนบทที่ตัวเองอยากทำมา , ตอนนั้นเขียนเรื่องคนงานพม่าข้ามฝั่งมาไทยเพื่อมาทำจมูกเสริมดั้ง ... มานั่งคิดตอนนี้ ก็เออ ดีแล้วที่เขาไม่ได้ให้ทำ 555
- ได้แก้ treatment ให้หนังยาวพี่เก้งเรื่องนึง (ไม่รู้บอกชื่อได้ป่าว) พระเอกชื่อ เมษ , นั่งแก้เยอะแยะตามประสาเด็กไฟแรง สุดท้ายพี่เก้งบอกว่า ที่แก้มาทั้งหมด ผมชอบมุขตลก 3 มุขของคุณ งั้นผมขอซื้อคุณ 3 มุข ตอนแรกนึกว่าพี่เขาเล่นมุข แต่สุดท้ายมีการทำเรื่องจ่ายเงินมาจริงๆ , ในฐานะเด็กฝึกงาน รู้สึกว่าโลกนี้ช่างน่าอยู่มาก 5555 / ปัจจุบันหนังเรื่องนั้นไม่ได้สร้าง
- ช่วงไม่มีบทเขียน ก็จะได้ไปอ่านบทที่ส่งเข้ามาที่ออฟฟิศเพื่อพิจารณา ซึ่งอัดแน่นอยู่ในตู้ไม้ตู้หนึ่ง , เราขอย้ำว่าใช้คำว่าอัดแน่น แม่งเยอะมากจริงๆ อ่านจนน่วม และได้เรียนรู้อะไรมากมายในการอ่านครั้งนั้น
- สุดท้าย เป็นช่วงสะพานเข้าสู่การทำงานจริง , พี่เก้ง พี่วรรณ เรียกให้ไปหาพล็อตใหม่ให้หนัง , พี่เขายังไม่มีอะไรเลยนอกจากคีย์เวิร์ด 3 คำคือ ผู้หญิงวัย 30 , ความรักในตอนกลางวันและกลางคืน และ การจราจรในกรุงเทพฯ / ซึ่งคือหนังเรื่อง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ในเวลาถัดมา , หลังจากนี้ มันก็ไม่ใช่การฝึกงานอีกต่อไป
บรรทัดนี้อยากขอบคุณพี่ๆที่ให้ความรู้มากมายในช่วงปีนั้น ยังไม่อยากจะอำลาอะไร เพราะมันน่าจะเป็นแค่การเปลี่ยนป้ายเปลี่ยนชื่อ พี่ๆก็จะยังอยู่ในอาคารเดิมของ ซ.สุขุมวิท และ คิดว่าเราก็คงจะทำงานกันต่อไปครับ อีโมติคอน smile
รูปถ่ายโดย คุณกอล์ฟโย่ง
Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday