เด็กน้อยไม่เคยเห็นบ้านหลังใหญ่โตมหึมาขนาดนี้มาก่อน เขาไม่รู้จักชักโครก ไม่เคยเห็นหินอ่อนสีสันสวยงาม แจกันขวดคริสตัลใส กลิ่นหอมในห้องทำให้เขามีความสุขจนเกือบจะเป็นลม หญิงรับใช้บอกลูกชายว่า แม่พาหนูมางานปาร์ตี้ หนูเป็นเด็ก กินอาหารร่วมกับผู้ใหญ่ไม่ได้ นี่เป็นห้องพิเศษที่จัดไว้ให้เด็กโดยเฉพาะ
เด็กชายอยากเอาจานอาหารไปวางไว้บนเค้าท์เตอร์อ่างล้างหน้า แต่ตัวเขาเตี้ยไป เอื้อมไม่ถึง ก็เอาต้องเอาไปวางบนฝาชักโครก เขานั่งลงบนพื้นแสนสวย แล้วก็กินอาหารที่นานๆได้กินทีไป ร้องเพลงไป
ไม่นาน เจ้าของบ้านก็สังเกตดูว่าไม่มีเด็กชายอยู่ในห้องจัดเลี้ยงแสนงดงาม ก็เลยไปถามสาวใช้ เธออ้ำๆอึ้งๆตอบว่า เธอยุ่ง ไม่มีเวลาดูแลลูก แกน่าจะ....น่าจะ...ไปวิ่งเล่นอยู่ที่สนาม
ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านจะเข้าใจอะไรแล้ว เขาเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงหรูหรา แล้วเดินไปเปิดห้องต่างๆทุกห้องดู แล้วในที่สุดในห้องน้ำเล็กๆตรงมุมที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต เขาก็เจอเด็กชาย
เจ้าของบ้านถาม หนูทำไมมากินอาหารที่นี่ล่ะ หนูรู้มั้ยว่าที่นี่คือห้องอะไร? เด็กชายตอบ แม่บอกว่า นี่เป็นห้องที่เจ้าของบ้านจัดไว้ให้เขาเป็นพิเศษ ไส้กรอกวันนี้ก็อร่อยมาก ผมไม่ได้กินมานานมากแล้ว คุณเป็นใคร ไส้กรอกอร่อยขนาดนี้ผมจะเก็บไว้กินคนเดียวก็กระไรอยู่ คุณจะยอมกินเป็นเพื่อนผมที่นี่มั้ย?
เจ้าของบ้านกลั้นน้ำตา พยักหน้า แล้วมอบรอยยิ้มที่สดใสที่สุดให้เด็กน้อย เขาไม่จำเป็นต้องถามอะไรอีกแล้ว แล้วตอนนั้นเอง เขาก็คิดถึงตอนที่พ่อแม่เพิ่งมาถึงนิวยอร์ก ตอนนั้นพวกท่านจนและลำบากมาก เมื่อกลับมาถึงห้องจัดเลี้ยง เจ้าของบ้านก็บอกแขกทุกคนว่า ขอโทษด้วยจริงๆ ตอนนี้ผมจำเป็นต้องไปรับประทานอาหารเป็นเพื่อนแขกพิเศษคนนึง ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับอาหารเย็น ผมไม่สามารถร่วมรับประทานด้วยได้ พูดจบ เขาก็ตักอาหารที่เด็กๆชอบกินใส่จานใบใหญ่สองจานเต็มๆ แล้วก็ถือไปที่ห้องน้ำ เขาเลียนแบบเด็กน้อย เอาจานอาหารวางบนชักโครก แล้วนั่งลงบนพื้น จากนั้นก็บอกเด็กชายว่า อาการอร่อยขนาดนี้ กินคนเดียวน่าสงสาร มาๆๆ มากินด้วยกัน
เจ้าของบ้านกินอาหารเย็นกับเด็กชายไป ร้องเพลงไป และยังคุยกันมากมายหลายเรื่อง เขาทำให้เด็กชาย 4 ขวบเชื่อว่า แม่ของเขาดีที่สุดในโลก หนูต้องภูมิใจในตัวแม่ โตแล้วก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อแม่ จนถึงตอนนี้เด็กชายก็ยังไม่รู้ว่าแม่ของเขาเป็นคนรับใช้ หลังจากแขกเห็นว่าเจ้าของบ้านถืออาหารไปสองจานแล้วไม่เดินกลับมาอีกเลย รู้สึกว่าแปลกๆ ก็เลยออกตามหา พอพวกเขาเห็นชายสองวัยที่เหมือนพ่อลูกนั่งกันอยู่บนพื้น แถมเอาอาหารวางบนชักโครกก็ตกใจมาก
คนพวกนี้เรียกได้ว่าเป็นคนชั้นสูงทางสังคม ต่างคนต่างถือแก้วไวน์เดินมาดู จนห้องแทบเต็ม ทุกคนช่วยกันร้องเพลงให้เด็กชายฟัง เป็นการแสดงความปรารถนาดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กชายเชื่อว่าแม่ของเขาเป็นแม่ที่น่าเคารพนับถือ ส่วนเขาก็เป็นเด็กที่โชคดีที่สุดในโลก
หลายปีหลังจากนั้น เด็กชายก็โตเป็นผู้ใหญ่ เขาไม่เพียงมีอาชีพการงานเป็นของตัวเอง ยังซื้อบ้านที่มีห้องน้ำหลายห้องได้เอง และพาตัวเองเข้าไปสู่สังคมชั้นสูง ทุกปี เขาจะบริจาคเงินจำนวนมากให้กับคนยากจนโดยไม่ระบุชื่อ เขามักจะบอกเพื่อนๆเสมอว่า หลายปีก่อนตอนที่เขายังเด็กมีวันนึงที่เขาไม่เคยลืม มีเศรษฐีคนนึงและเพื่อนของเขาอีกมากมาย ทำให้เด็ก 4 ขวบคนหนึ่งรู้สึกมีเกียรติและเป็นที่ยอมรับในสังคมอย่างจริงใจ
คนที่ทำทุกอย่างเพื่อคุณก็คือแม่ของคุณ ทำไมคุณจะไม่รักท่าน?
ตอน 3 ขวบ : "หม่ามี๊ หนูรักหม่ามี๊"
ตอน 10 ขวบ : "แม่คะ อะไรก็ได้ค่า"
ตอน 16 ขวบ : "แม่ผมโคตรน่ารำคาญ"
ตอน 18 ขวบ : "ผมอยากออกไปจากบ้านหลังนี้"
ตอน 25 ขวบ : "แม่ครับ ตอนนั้นแม่พูดถูกจริงๆด้วย"
ตอน 30 ขวบ : "ฉันอยากกลับไปบ้านแม่"
ตอน 50 ขวบ : "ฉันไม่อยากเสียแม่ไป"
ตอน 70 ขวบ : "แค่เพียงแม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ผมยอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง"
กับแม่แล้ว คำพูดที่พวกเราพูดกับท่านบ่อยที่สุดก็คือ :
"แม่คะ เสื้อหนูอยู่ไหน"
"แม่ครับ เย็นนี้มีอะไรกินบ้าง"
"แม่คะ หนูออกไปเที่ยวกับเพื่อนนะ"
"แม่ครับ หิวแล้ว"
ส่วนกับพ่อ คำพูดที่พูดด้วยมากที่สุดก็คือ "พ่อ แม่อยู่ไหน?"
พวกเรามีแม่แค่คนเดียว ปีนึงผ่านไปแม่มีผมขาวมากขึ้นกว่าปีที่แล้วมาก ขอให้คุณแม่ของทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง!
พวกเรามีแม่แค่คนเดียว ทำไมจะไม่รักท่าน!