
หมอธีระ ย้ำ2เรื่องสำคัญ ไทยน่าเป็นห่วงที่สุด หวั่นโควิดระบาดรุนเเรงสิ้นปี
หน้าแรกTeeNee ข่าวร้อนโลกโซเชียล เป็นข่าว หมอธีระ ย้ำ2เรื่องสำคัญ ไทยน่าเป็นห่วงที่สุด หวั่นโควิดระบาดรุนเเรงสิ้นปี

ล่าสุดในเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ของ รศ.นพ. ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
หนึ่ง ข้อจำกัดเรื่องระบบสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ วัคซีน และการตรวจคัดกรองโรค
สอง มาตรการที่เปิดรับความเสี่ยง ทั้งภายในและภายนอกพร้อมกัน โดยที่สถานการณ์ระบาดเดิมยังรุนแรงต่อเนื่อง
จุดสำคัญที่จะชี้ชะตาการจัดการการระบาดในช่วงถัดจากนี้ไปคือ การที่ประชาชนจะได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และได้รับเข็ม 3 เพื่อกระตุ้น ได้ทันเวลา และได้รับวัคซีนชนิดที่มีประสิทธิภาพจริงทางคลินิกอย่างเพียงพอหรือไม่
ป้องกันตัวของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย และเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เอาใจช่วยให้ทุกคนปลอดภัยไปด้วยกัน

ทั้งนี้ หมอธีระ ยังระบุถึงสถานการณ์ "โควิด-19" ทั่วโลกวันนี้ 3 กันยายน 2564 ว่า เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 651,293 คน รวมแล้วตอนนี้ 219,893,295 คน ตายเพิ่มอีก 10,331 คน (ยอดตายรวม 4,555,500 คน)
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อเมริกา อินเดีย สหราชอาณาจักร อิหร่าน และบราซิล ส่วนอันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อาร์เจนติน่า อิหร่าน และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
ลดโอกาสในการป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ 87.4% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 86.7-88.2%) ลดโอกาสในการป่วยรุนแรงจนต้องรักษาในไอซียูได้ 90.3% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 89.1-91.4%) และลดโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ 86.3% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 84.5-87.9%)
เดิมในการวิจัยจากประเทศต่าง ๆ ในระยะที่ 3 นั้น มีข้อมูลในกลุ่มผู้สูงอายุน้อยมาก ทั้งนี้งานวิจัยนี้ช่วยชี้ให้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้สูงอายุว่า วัคซีนช่วยป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 66.6% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 65.4-67.8%)

ลดโอกาสในการป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ 85.3% (95% CI, 84.3 to 86.3) ลดโอกาสในการป่วยรุนแรงจนต้องรักษาในไอซียูได้ 89.2% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 87.6-90.6%) และลดโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ 86.5% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 84.6-88.1%)
นอกจากนี้ในภาพรวมยังพบว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะตรวจพบในคนที่ฉีดวัคซีนเพียง 17% หลังฉีดไปเกิน 6 เดือน ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของการต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้น ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ประสิทธิภาพของวัคซีนนี้หากประเมินหลังจากฉีดเข็มแรกไป 14 วัน จะน้อยกว่าที่เคยมีรายงานในวัคซีนประเภท mRNA และ viral vector
โดย CoronaVac เข็มแรก จะป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 15.5% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 14.2-16.8%) ลดโอกาสป่วยจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ 37.4% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 34.9-39.9%) ลดโอกาสป่วยรุนแรงจนต้องรักษาในไอซียูได้ 44.7% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 40.9-48.3%) และลดโอกาสเสียชีวิตได้ 45.7% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 40.9-50.2%)
ข้อมูลข้างต้น เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องใส่หน้ากาก ล้างมือ อยู่ห่างคนอื่น เจอคนน้อย ๆ ลดละเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อ

เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































