
โซเชียลถกยับ หลัง รมต.ท่องเที่ยวฯ ทุ่ม200ล้าน ดึงตัวลิซ่าBLACKPINKเคาท์ดาวน์ในไทย
หน้าแรกTeeNee ข่าวร้อนโลกโซเชียล เป็นข่าว โซเชียลถกยับ หลัง รมต.ท่องเที่ยวฯ ทุ่ม200ล้าน ดึงตัวลิซ่าBLACKPINKเคาท์ดาวน์ในไทย

จากกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทุ่มงบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อดึง "ลลิษา มโนบาล" หรือ ลิซ่า BLACKPINK มาร่วมงานเคาต์ดาวน์ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยว ท่ามกลางคำถามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เราจะจัดงานส่งท้ายปีเก่าได้หรือไม่ ต้นสังกัดจะปล่อยลิซ่ามาหรือไม่ และ 200 ล้านบาทจะคุ้มค่า เหมาะกับสถานการณ์หรือไม่

ล่าสุด "โบว์" ณัฏฐา มหัทธนา นักจัดกิจกรรม ได้โพสต์เเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า

ไอเดียนำลิซ่ามาเมืองไทยเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว ถ้าคิดเป็นมูลค่าโฆษณา คุ้มมากค่ะ ปกติหน่วยงานการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆจะมีงบประชาสัมพันธ์แล้วก็เอาไปถ่ายทำซื้อพื้นที่โฆษณาออกช่องโทรทัศน์ต่างประเทศบ้างอยู่แล้ว เงินจำนวนเท่ากันเทียบกับการจ้างลิซ่าแล้วเกิด PR values จากสื่อที่ติดตามลิซ่าและแฟนคลับที่จะต่อยอดไปอีกมหาศาล ย่อมคุ้มกว่าโฆษณารูปแบบอื่นมากอยู่แล้ว แต่จะปั่นขึ้นไปได้ระดับไหนอยู่ที่การออกแบบโปรแกรม เช่นถ้าดีลให้ลิซ่าทำ vlog ไปลงใน YouTube channel ของตัวเองได้ด้วย จะยิ่งได้ผลไปอีกไกล ซึ่งตรงนี้น่าจะเจรจาได้ ปกติบางทีไปเที่ยวไหนนานๆทีเขาก็ทำอยู่แล้ว และมันจะได้ผลระยะยาว ไม่ใช่แค่ฤดูท่องเที่ยวปีนี้
หัวใจจึงอยู่ที่จะดีลมาได้ไหมในเวลาที่เหลือแค่นี้ และการดีลกับ YG ก็ยากมากๆด้วย ถ้าได้มาจริงๆก็อยู่ที่การออกแบบแคมเปญทั้งหมดจะเก็บได้แค่ไหน(ในแง่ branding ประเทศ จะมีอีกหลายส่วนได้อานิสงส์ไปด้วยนอกจากการท่องเที่ยว อย่างตอนนี้แม้ยังไม่ได้จ้าง ตัว MV Lalisa เองก็ทำให้แฟชั่นแบรนด์ไทยได้รับความสนใจลงสกู๊ปสื่อระดับท้อปทั่วโลกไปมากแล้ว) งานนี้ถ้าทำได้จริงๆไม่มีเสีย มีแต่จะคุ้มเฉยๆหรือคุ้มสุดๆเท่านั้น ปกติลิซ่าเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณามือถือ เสื้อผ้า เครื่องเขียน คนจ้างยังคิดว่าคุ้ม
ดังนั้น "Devil is in the details." หมายความว่าจะปังหรือจะพังอยู่ที่การออกแบบรายละเอียดจริงๆ และถ้าไม่ทันคราวนี้อย่าฝืน ยังมีโอกาสในอนาคต ต้องมองว่านี่เป็นแผนประชาสัมพันธ์แบรนด์ไทยแลนด์ ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวไทย และเป็นเรื่องเพื่อผลระยะยาว ไม่ใช่แค่งานเคาท์ดาวน์ค่ะ
หลังจากนั้นต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ทั้งโยงเข้าเรื่องการเมืองหรือบอกว่าควรนำเงินจำนวนดังกล่าว จัดซื้อวัคซีนแจกคนในประเทศดีกว่า จนจุดกระแสดราม่าขึ้นมาอีกครั้ง












เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































