ผมให้ข้าวคนจรจัดกินทุกวัน ผ่านไป 2 ปี กลับมีคนมาคุกเข่าต่อหน้า และมอบของสิ่งนี้ให้ผม...

ผมให้ข้าวคนจรจัดกินทุกวัน ผ่านไป 2 ปี กลับมีคนมาคุกเข่าต่อหน้า และมอบของสิ่งนี้ให้ผม...

ผมเปิดร้านข้าวแกงกับอาหารตามสั่ง เนื่องจากแถวนั้นมีคนงานเยอะก็เลยขายดีพอใช้ ปีที่ 2 หลังเปิดร้าน มีคนจรจัดคนนึงไม่รู้ว่ามาจากไหนแต่จะมาเดินอยู่แถวร้านทุกวัน หลายๆร้านก็รังเกียจไม่ให้ไปอยู่หน้าร้านเค้า แต่เนื่องจากยังไงร้านผมก็มีอาหารเหลือทุกวัน พอแขกกลับไปหมด ผมก็จะห่อให้แกกินหนึ่งกล่อง ผมขายอะไร แกก็กินไอ้นั่นแหล่ะ

ผมให้ข้าวคนจรจัดกินทุกวัน ผ่านไป 2 ปี กลับมีคนมาคุกเข่าต่อหน้า และมอบของสิ่งนี้ให้ผม...

เพราะผมคิดว่า อาหารที่ขายไม่หมด ถ้าไม่ให้แกกินก็ต้องทิ้งอยู่ดี งั้นให้แกกินไม่ดีกว่าหรอไง แล้วดูเหมือนว่าแกก็ค่อยๆย้ายถิ่นฐานมาอยู่แถวๆร้านผม แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าแกนอนที่ไหน แต่พอถึงเวลากินข้าว แกก็จะโผล่มาตรงเวลาทุกวัน ถ้าวันไหนแกไม่มาผมเองก็รู้สึกไม่ชิน
เป็นอย่างนี้อยู่ 5-6 ปี แล้วอยู่ดีๆวันนึงแกก็หายไปไม่มาอีกเลย ผมคิดว่าแกคงย้ายไปที่อื่นแล้ว เวลาผ่านไปสองปี เช้าตรู่วันหนึ่ง ผมเปิดประตูร้านเตรียมเปิดร้านตามปกติ ก็เห็นรถใหม่เอี่ยมคนนึงมาจอดอยู่หน้าประตู ผมไม่ได้สนใจอะไร คิดว่าเป็นคนผ่านไปมามาจอดทำธุระ

ผมให้ข้าวคนจรจัดกินทุกวัน ผ่านไป 2 ปี กลับมีคนมาคุกเข่าต่อหน้า และมอบของสิ่งนี้ให้ผม...

แล้วก็มีผู้ชายสองคนเดินลงมาจากรถ ตรงมาที่ผม ผมมองหน้า ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าพวกเขามาทำไม
แล้วตอนนั้นเอง ผู้ชายคนที่ดูหนุ่มกว่าก็เดินมาหยุดข้างหน้าผม ถามว่า : 「เถ้าแก่เจ้าของร้านใช่มั้ยครับ?」 ผมตอบว่าใช่ เขารีบคุกเข่าลงต่อหน้าผม ผมตกใจมาก รีบถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็เล่าให้ฟัง
ที่แท้ ชายคนนี้เป็นลูกของชายจรจัดที่เคยมากินข้าวร้านผมเป็นประจำ เมื่อ 10 ปีที่แล้วพ่อของเขาหนีออกจากบ้านมาเพราะป่วย แล้วเขาก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย 10 ปีมานี้เขาและที่บ้านพยายามตามหาพ่อมาตลอด แต่หายังไงก็หาไม่เจอ แต่อยู่ดีๆวันนึงพ่อก็กลับมาที่บ้าน
เขาก็เลยรีบพาพ่อไปหาหมอ หลังจากรักษาได้สองปี พ่อก็หาย พอท่านได้สติประโยคแรกของท่านก็คือ ขอให้ผมพาท่านมาขอบคุณผู้มีพระคุณ และผู้มีพระคุณคนนั้นก็คือเถ้าแก่ ผู้ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆเขาก็คือพ่อเขานั่นเอง

ผมพินิจ พ่อของเขาแตกต่างจากชายจรจัดคนนั้นเป็นคนละคน ถ้าเขาไม่บอกผมไม่มีทางรู้
แล้วชายหนุ่มก็พูดต่อ เขาทำธุรกิจได้เงินมาไม่น้อย ก็เลยซื้อรถมาเป็นของตอบแทนที่ผมเคยช่วยดูแลพ่อเขาไว้
ผมได้ยินก็ยืนกรานไม่ยอมรับ พ่อเขาก็เลยว่า ถ้าผมไม่ยอมรับ พวกเขาก็จะคุกเข่ารอจนกว่าจะรับ ผมไม่มีทางเลือก ก็เลยโอเคไป
นับจากนั้นมา ทุกปี สองพ่อลูกจะต้องมาที่ร้านปีละครั้งสองครั้ง มานั่งคุย มากินอาหารที่ร้าน ชายหนุ่มบอกว่า พ่อเขาพูดว่า ถ้าตอนนั้นผมไม่ได้ให้ข้าวเขากิน เขาก็คงตายอย่างหมาข้างถนนไปแล้ว อาหารที่ร้านผม เป็นสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต

ที่มา LIEKR

เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
คุณ : ปืน
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 1.10.193.225

1.10.193.225,,node-d0h.pool-1-10.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
เรื่องดีๆอย่างนี้ ถึงแม้เป็นเรื่องของชาวจีน จริงไม่จริงไม่รู้ แต่อ่านแล้วอยากทำดี สังคมแบบนี้น่าอยู่


[ วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม 2560 เวลา 19:43 น. ]
คุณ : เกื้อกูล
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 223.206.250.155

223.206.250.155,,mx-ll-223.206.250-155.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
นับถือน้ำใจมากค่ะ ทำดี ยกย่อง สรรเสริญ


[ วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม 2560 เวลา 22:28 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์